Suparksorn's profileDolly girlPhotosBlogListsMore Tools Help

Dolly girl

ผู้มีสติ...ย่อมมีปัญญา
Photo 1 of 57
More albums (30)
December 03

เจ้าชาย.....ของฉัน

 

เจ้าชายของฉัน.............................

 

 

 

ไม่ต้องเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์

 

 

 

ไม่ต้องเห่าเก่ง

 

 

 

 

ไม่ต้องจับขโมยได้ 

 

 

 

 

ไม่ต้องเป็นฮีโร่...... เป็นเพียง เจ้าชายที่น่ารักแบบนี้ก็พอ

 

เจ้าชายของฉัน......

 

January 16

เพื่อนใหม่......

เพื่อนใหม่...
 
 
เพื่อนใหม่ในที่นี้คือ มะฮะดี (ซอห์ลาฮูตดีน) หรือ "คิม" ที่ฉันเรียก....
เพื่อนกลุ่มใหม่ ทำให้ฉันมองเห็นสิ่งที่สวยงามในมุมมองใหม่ๆ
เพื่อนที่ทำให้ฉันมองเห็นหัวใจสีขาวบริสุทธิ์
 
วันหลังจะมาเล่าเรื่องราว ระหว่างฉัน กับเพื่อนๆ
"เส้นทางระหว่างวัดและมัสยิด......"
 
 
 
ยิ้มแฉ่ง
 
 
 
 
 
อาเนาะแก  (ภาษายาวี แปลว่า ตุ๊กตา)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
July 31

การบวช

 
มีโอกาสไปงานบวช "วัชรินทร์"
เห็นแล้วรู้สึกอิ่มเอิบตามไปด้วย
เห็นชาวบ้านมาร่วมขบวนแห่ด้วยมากมาย
ขนาดไม่รู้จักกัน แต่ขบวนแห่ผ่านหน้าบ้านเขา ก็เข้าร่วมแห่ด้วยจนถึงวัด
รู้สึกอิ่มบุญจัง.......
 
วัชบวช 1 พรรษา ได้รับฉายาว่า  "จารุวังโส"
 
สาธุ...
 
 
Open-mouthed
 
 
 คำว่า "บวช" นี้ เราเอามาใช้ในภาษาไทย มาจากคำว่า "ปะวะชะ" ในภาษาบาลี แปลว่า งดเว้น
ผู้ที่เป็นนักบวชก็คือ ผู้งดเว้น งดเว้นเรื่องอะไร ? งดเว้นจากสิ่งที่เป็นข้าศึกแก่ความสงบของ
จิตใจ ผู้ที่เป็นนักบวชนี้เขาเรียกว่า ประพฤติพรหมจรรย์ อันหมายถึง ความบริสุทธิ์ของจิตใจ
 
 
 
 
คำว่า “ปพฺพชฺชา“ นี้ มีรากศัพท์ คือ ป + วช : ป แปลว่า ทั่วหรือสิ้นเชิง
           วช แปลว่า ไป หรือเว้น
           คำว่า ป + วช จึงแปลว่า ไปโดยสิ้นเชิง หรือ เว้นโดยสิ้นเชิง
           ที่ว่า “ไปโดยสิ้นเชิง“ นั้นหมายถึง ไปจากความเป็นฆราวาส
          คือ จากการครองเรือนไปสู่ความเป็นบรรพชิต คือ ผู้ไม่ครองเรือนโดยสิ้นเชิง โวหารที่สูงไปกว่านั้น
ท่านเรียกว่า ไปจากโลกโดยสิ้นเชิง ซึ่งหมายความว่า ละเสียจากวิสัยที่ชาวโลกเขามีกัน เป็นกันโดยสิ้นเชิง นั่นเอง

            คำว่า "ไปจากความเป็นฆราาส" นี้หมายความว่า  ไปจากบ้านเรือน  ซึ่งหมายถึง
                      การสละความมีทรัพย์สมบัติ
                      การสละวงศ์ญาติทั้งหลาย
                      การเลิกละการนุ่งห่มอย่างฆราวาส
                      เลิกละการกินอยู่อย่างฆราวาส
                      เลิกละการใช้สอยอย่างฆราวาส
                      เลิกละอาการกิริยาวาจาอย่างฆราวาส
                      เลิกละความรู้สึกนึกคิดอย่างฆราวาสสิ้นเชิง
             ดังนี้  จึงจะเรียกว่า  ไปหมดจากความเป็นฆราวาส  โดยสิ้นเชิง  หรือไปจากโลกโดยสิ้นเชิง


      ข้อที่ว่า “ สละความมีทรัพย์สมบัติ “ นั้น หมายถึง การยอมรับดำเนินชีวิตชนิดที่ไม่ต้องมีทรัพย์สมบัติ ไปมีชีวิตอยู่ด้วยเครื่องอาศัยเลี้ยงชีวิต ตามแต่จะมีผู้ศรัทธาหรือตามแต่จะหาได้มาบริโภคด้วยสิทธิอันชอบธรรมของนักบวชอันจะได้กล่าวถึงข้างหน้า ทรัพย์สมบัติทั้งหลายเหล่าโน้น เป็นของที่ฆราวาสผู้ไม่มีสิทธิอันชอบธรรมในอันที่จะบริโภคสิ่งของอันเขาถวายด้วยศรัทธา จึงไม่มีความจำเป็นอันใดสำหรับบรรชิตผู้ตั้งหน้าแสวงหาคุณอันสูงโดยแท้จริง

           ข้อที่ว่า “ สละวงศ์ญาติทั้งหลาย “ นั้นหมายถึงไม่มีความอาลัยในหมู่ญาติอันเป็นเหตุให้ต้องเกี่ยวข้องหรือสงเคราะห์กันอย่างชาวโลกเขาทำกัน บางคนยังต้องติดกับหมู่ญาติ เพราะเห็นแก่ปากท้อง ในเรื่องอาหารการกินและอื่น ๆ จนไม่มีโอกาสได้รับความเป็นอิสระโปร่งโล่งของบรรพชา
           ในบาลีที่กล่าวถึงการบวช มีการย้ำถึงการสละวงศ์ญาติอยู่ทั่วๆ ไป และอยู่ในรูปพระพุทธภาษิตโดยตรง นักบวชบางประเภทในสมัยพุทธกาล สมาทานการไม่ไปเยี่ยมบ้านของตนจนตลอดชีวิตก็ยังมี แต่ในพุทธศาสนา เรามุ่งเอาแต่เพียงการสละความอาลัยในหมู่ญาติ ชนิดที่เป็นความรู้สึกของฆราวาสทั่วไปนั่นเอง

            ข้อที่ว่า “ เว้นการนุ่งหุ่มอย่างฆราวาส “ นั้น ย่อม ๆ เห็นกันอยู่แล้วว่า หมายความถึงอะไร แต่ขอให้ถือเอาใจความสำคัญให้ได้ว่า ไม่ใช้เครื่องนุ่งห่มด้วยความมัวเมาในความงาม หรือความนิ่มนวลทางสัมผัสของสิ่งที่ใช้นุ่งห่ม ซึ่งหมายความว่า แม้จะใช้จีวรอย่างบรรพชิตแล้ว แต่ถ้ามุ่งไปในทางสวยงาม หรือความนิ่มนวลทางสัมผัสเป็นต้นแล้ว ก็ยังมีความหมายว่า ใช้เครื่องนุ่งห่มอย่างฆราวาส ทั้งที่กำลังห่มจีวรอยู่นั่นเอง

             ข้อที่ว่า “ เว้นจากการกินอยู่อย่างฆราวาส “ นั้น มิได้หมายแต่เพียงว่า เว้นการฉันในเวลาวิกาลหรือเว้นอาหารบางชนิดที่พระเณรไม่ควรฉันเป็นต้น เพียงเท่านี้ก็หามิได้ใจความสำคัญนั้นอยู่ที่ว่าพวกฆราวาสกินเพื่อความเอร็ดอร่อย กินเพื่อความสนุกสนานเฮฮากินจุบกินจิบพิถีพิถันตามวิสัยของฆราวาสผู้เอาแต่การตามใจตัวเองเป็นที่ตั้งผู้บวชแล้วจะต้องเว้นจากการกินอย่างฆราวาสนี้โดยเด็ดขาด จะฉันด้วยความรู้สึกเพียงแต่ว่า นี้เป็นอาหารที่ฉันเพียงเพื่อยังอัตตภาพนี้ให้เป็นไปได้พอสะดวกสบายพอเหมาะสมแก่การที่จะปฏิบัติธรรมวินัยอันเป็นไป เพื่อออกจากทุกข์โดยประการทั้งปวง
             โดยสรุปแล้ว ฉันอยู่ด้วยการระลึกถึงพระพุทธภาษิตของพระพุทธองค์ ซึ่งเราถือว่าเป็นพระพุทธบิดา อันได้ตรัสไว้ว่า “ พวกเธอ จงฉันบิณฑบาตสักว่าเหมือนกับน้ำมันสำหรับหยอดเพลาเกวียนหรือเหมือนกับมารดาบิดาซึ่งหลงทางกลางทะเลทราย ต้องจำใจกินเนื้อบุตรของตน ที่ตายแล้วในกลางทะเลทราย   เพื่อประทังชีวิตของตนเองฉันนั้น “
กิริยาดังกล่าวนี้ คือ การเลิกละจากการกินอยู่อย่างฆราวาสโดยสิ้นเชิง

              ข้อที่ว่า “ เลิกละการใช้สอยอย่างฆราวาส “ นั้น หมายถึง ไม่ใช้สอยที่อยู่อาศัยและเครื่องใช้สอยมีภาชนะเป็นต้น โดยทำนองที่ฆราวาสเขาใช้กัน คือเพื่ออยู่อย่างสำรวย เพื่ออยู่อย่างสนุกสนานในทางตามใจตัวเอง หรือเพื่อโอ้อวดกันในทางสวยงามและมีมากเป็นต้น นี้เรียกว่า ไปจากฆราวาสโดยสิ้นเชิง ในด้านการใช้สอยเครื่องใช้สอย

              ข้อที่ว่า “ ละขาดจากกิริยาวาจาอย่างฆราวาส “ นั้น หมายถึง ฆราวาสย่อมมีกิริยาวาจาอันเป็นไปตามใจกิเลส ตัณหา ตามความสะดวกสบาย โดยปราศจากการควบคุม เพราะมุ่งแสวงแต่ความสนุกสนาน เพลิดเพลินจากการตามใจตัวเองอย่างเดียว ผู้บวชแล้ว จะต้องมีกิริยาวาจาอย่างสมณะ ในบทว่า
              “ กิริยาวาจาใด ๆ เป็นของแห่งสมณะ เราจักประพฤติตนให้เป็นไปด้วยกิริยาวาจาอาการนั้น ๆ “               ผู้บวชแล้วลืมตัวในเรื่องนี้ ย่อมมีกิริยาวาจาที่คล้ายฆราวาสอยู่ทุกอิริยาบถ   เมื่อมีมิตรสหายที่เป็นฆราวาสมาหา ย่อมทำการต้อนรับเหมือนอย่างที่เคยกระทำต่อกันในครั้งเป็นฆราวาส ในบางรายถึงกับกอดคอกันก็มี หรือนั่งเข่าทับก่ายกันก็มี กิริยาทางกายและวาจาเหล่านี้ พราะผู้พระภาคเจ้าไม่ทรงถือว่าเป็นอาการของสมณะเลย แม้กิริยาวาจาอื่น ๆ ซึ่งเป็นของฆราวาสซึ่งมีอยู่มากมายนั้น ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ผู้บวชแล้วจะต้องละขาดด้วยสติสัมปชัญญะอย่างยิ่ง

               ข้อที่ว่า “ เว้นจากความรู้สึกคิดนึกอย่างฆราวาสโดยสิ้นเชิง “ หมายความว่า พวกฆราวาสตามปรกติ มีความรู้สึกคิดนึกไปในทางเหย้าเรือน คิดนึกไปในทางกามคุณ ชอบปล่อยจิตให้ไหลไปในความคิดนึกทางกามารมณ์อยู่เป็นประจำ เมื่อความรู้สึกคิดนึกทางกามคุณเกิดขึ้น ย่อมไม่ประสงค์ที่จักหักห้าม แต่กลับจะพอใจ ปล่อยให้จิตใจไหลไปตามแนวนั้น ๆ ให้มากยิ่งขึ้นไปเสียอีก เพราะเป็นความเพลิดเพลิน นี้เรียกว่า ความรู้สึกคิดนึกอย่างฆราวาส
               ผู้บวชแล้วจะต้องละความรู้สึกคิดนึกชนิดนั้นโดยเด็ดขาด ด้วยสติสัมปชัญญะอย่างยิ่ง คอยควบคุมกระแสแห่งความคิดนึกให้ไหลไปในทางของบรรพชิตโดยส่วนเดียว นี้เรียกว่า ละความรู้สึกคิดนึกอย่างฆราวาสโดยสิ้นเชิง

               การละทรัพย์สมบัติ การละวงศ์ญาติ การละการนุ่งห่มอย่างฆราวาส การละการกินอยู่อย่างฆราวาส การละการใช้สอยอย่างฆราวาส การละกิริยาอาการทางกายวาจาอย่างฆราวาส และการละความรู้สึกคิดนึกอย่างฆราวาส ทั้งหมดรวมกันแล้วได้ในคำสรุปสั้น ๆ ว่า “ ไปหมดจากความเป็นฆราวาส “ เต็มตามความหมายของพยัญชนะที่ว่า “ ป+ วช “ หรือเป็นภาษาบาลีอย่างเต็มรูปว่า "ปพฺพชฺชา" นั่นเอง นี้คือความหมายของคำว่า “ บวช “ ในส่วนที่ว่า “ ไปหมด “ คือไปหมดจากความเป็นผู้ครองเรือนหรือเพศฆราวาสนั่นเอง

              ส่วนความหมายของคำว่า “ บวช “ ที่ว่า “ เว้นหมด “ นั้น อธิบายว่าเมื่อบวชเป็นบรรพชิตแล้ว จักต้องเว้นสิ่งซึ่งควรเว้น ตามที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้อย่างไรนั้นโดยสิ้นเชิง ข้อนี้ผู้บวชแล้วย่อมจะได้รับการศึกษาธรรมวินัยจนรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งควรเว้นหรือควรละทั้งในส่วนวินัยและทั้งในส่วนธรรมะ แล้วตนก็จะพยายามเว้นสิ่งที่ควรเว้นนั้นโดยสิ้นเชิงโดยอาศัยกำลังใจที่ได้รับมาจากการระลึกถึงอยู่เสมอว่าบวชนี้เราบวชเองการปฏิญาณในการบวชนี้ได้ทำในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และโอกาสอันศักดิ์สิทธิ์และการบวชที่มีอานิสงส์อันสมบูรณ์นั้น เป็นความหวังอย่างยิ่งของมารดาบิดาและเราผู้มีความเป็นมนุษย์อันถูกต้องนั้นจักต้องประพฤติปฏิบัติตนให้เจริญงอกงาม ก้าวหน้าขึ้นไปสู่ความสูง หรือยอดสุดของความเป็นมนุษย์อยู่เสมอไป จึงจะสมกัน เมื่อระลึกได้ดังนี้ ก็มีกำลังใจที่จะละเว้นสิ่งที่ควรละเว้นได้โดยหมดจดสิ้นเชิง ตามระเบียบวินัยอย่างครบถ้วน
              นี้คือความหมายของคำว่า “ บวช “ ในส่วนที่ว่า “ เว้นหมด “
              เมื่อรวมความหมายของคำว่า “ ไปหมด “ และคำว่า “ เว้นหมด “ เข้าด้วยกัน ก็เป็นความหมายที่แสดงอยู่ในตัวเองอย่างครบถ้วนแล้วว่า ตัวลักษณะแห่งการบวชที่จริงนั้นคืออะไร ?

 

- พุทธทาสภิกขุ -

 

 

 

 

July 27

สู้ ๆ ศุภักษร สู้ๆ

 
สู้ให้เป็น...
 
 
 
 
จะท้อแท้...อ่อนใจ...ไปใยเล่า
ชีวิตเรา...ชาตินี้...ยังมีหวัง
ลมหายใจ...ยังดี...มีพลัง
ชีวิตยัง...คงอยู่...สู้ให้เป็น
คิดสิ่งใด...ทำต้องได้...ดั่งใจคิด
สู้ชีวิต...ไม่อ่อนแอ...แม้ยากเข็ญ
สู้ด้วยใจ...ไม่ท้อแท้...สู้ให้เป็น
ให้โลกเห็น...เราต้องสู้..จึงอยู่ดี

 

 ปล.เจอบทกลอนนี้ อ่านแล้วชอบมาก เลยเอามาลงบล็อค   โดย พันโทนเรศร์ จิตรักษ์


 

June 11

วิธีสร้างภาพความสำเร็จ

 

 

 
ทำไมชีวิตของคนเราจะต้องมีการสร้างภาพด้วย…ถ้าไม่อธิบายคงจะคิดไปต่างๆ นานา ว่าคือการสร้างภาพตัวเองให้ดูดี (ฝีมือไม่ต้องพูดถึง) ถ้าเป็นแบบนั้นคงจะอยู่ได้ไม่นานเพราะภาพที่แท้จริงคงจะแสดงออกมาไม่เร็วก็ช้า… สำหรับเวิร์คกิ้งมัมการสร้างภาพถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะมันหายถึงความสำเร็จและความก้าวหน้าทางการงานที่กำลังทำอยู่ด้วยเช่นกัน
1. สลัดเรื่องลบออกจากใจ เพราะเรื่องเหล่านี้มันสามารถบั่นทอนจิตใจในการทำงาน ไม่ว่าคุณจะคิดอะไรถ้ามีความคิดที่ลบ หรือไม่ดีแวบเข้ามาในสมอง การสั่งการของสมองคุณจะหยุดทันที… ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปถ้ามีความตั้งใจให้ทำงานสำเร็จเป็นที่ตั้ง

2. ตั้งเป้าหมายแรกให้ง่าย เพราะว่าการทำงานที่มีรายละเอียดเยอะจะทำให้เราไม่รู้จะเริ่มต้นทำอะไรก่อนดี ฉะนั้นการแบ่งทอนงานออกมาทีละส่วนจะทำให้คุณสามารถทำงานได้อย่างคล่องขึ้น เมื่อปรุงทุกรายละเอียดครบแล้วจึงนำมาประสานรวมกันเป็นชิ้นงานที่สำเร็จตามแผนที่วางไว้

3. ให้สมมติว่าตัวเองเก่ง คุณทำได้ เพราะการที่เริ่มคิดว่าคุณเป็นคนไม่เก่ง อะไรก็ทำไม่ได้ถ้าไม่มีคนเดินนำหน้า แค่คิดว่าทำไม่ได้ตั้งแต่แรกก็ทำให้คุณไม่มีการก้าวเดินเกิดขึ้น ฉะนั้น คุณต้องคิดว่าคุณทำได้เสมอ เพราะเมื่อคุณสมัครเข้ามาทำหน้าที่นี้แล้ว การทำไมได้ไม่ใช่เหตุผลที่ดีที่คุณจะบอกใครต่อใครให้เห็นศักยภาพ หรือมูลค่าที่อยู่ในตัวคุณได้

4. หนีให้ไกลคนที่มองโลกใน ด้านลบ โดยความจริงของสังคมคงจะหนียากสักหน่อย เพราะคนประเภทนี้จะแฝงกายอยู่ทั่วทุกสังคม โดยเฉพาะในออฟฟิศที่มีหลายแผนกหลายฝ่าย แต่การเลือกที่จะคบหรือจะคุยคงต้องดูกาลเทศะหรือทิศทางลมให้ดี เพราะคุณอาจจะเข้าข่ายสมาคมคนมองโลกด้านลบนี้ จนทำให้มองอะไรก็ร้ายไปหมด สิ่งที่เกิดขึ้นคือความคิดที่ไม่สร้างสรรค์ หรือความคิดที่ไม่เป็นบวกต่อทั้งบริษัทและพนักงานด้วยกันเองยิ่งคนที่เป็นแม่ จะติดตัวให้เผลอตัวแสดงสิ่งเหล่านี้ให้ลูกเลียนแบบได้

5. มองปัญหาเป็นโอกาส เพราะการที่คุณจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่ต้องการได้ คุณต้องฝึกการแก้ปัญหาทั้งเฉพาะหน้าและปัญหาโดยรวมให้ได้ก่อน ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นจะเป็นประสบการณ์ที่ดีจะทำให้คุณมีพลังทำอะไรต่อไปได้ เพราะคุณจะคิดเสมอว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมาทุกครั้งเมื่อมีปัญหายังสามารถก้าวผ่านไปได้เสมอ

6. รอบคอบกับสิ่งที่ทำ แต่ละคนมีการจัดรูปแบบการดำเนินชีวิตและการทำงานที่แตกต่างกัน แต่ก็ต้องมีสิ่งที่ใช้เป็นแบบอย่างให้คนอื่นได้ทุกเวลา นั่นคือ คุณต้องสามารถให้คนอื่นๆ สามารถทำงานต่อจากคุณได้ด้วยจดบันทึกการทำงานอย่างมีขั้นตอนทุกครั้งที่เริ่มทำงานจนปิดโครงการที่ทำอยู่เพราะนอกจากจะทำให้งานสามารถดำเนินการต่อไปด้วยทีมที่ทำวงานร่วมกันแล้ว ยังแสดงความเป็นมืออาชีพของคุณอีกด้วย

7. เก็บความรู้สึกที่ดีไว้เสมอ การทำงานเมื่อเสร็จงานก็จะต้องมีผลงานที่ได้ทำลงไปส่วนจะเป็นโบว์แดงชิ้นใหญ่หรือชิ้นเล็กก็สุดแต่สิ่งที่ได้รับมอบหมาย ฉะนั้น ณ วันที่คุณได้รับคำชมเชยจากผู้บังคับบัญชาหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องขำให้เก็บความรู้สึกที่ดีนี้ไว้ในใจเสมอ เพราะสิ่งนี้จะทำให้คุณมีกำลังใจทุกครั้งที่ทำงานชิ้นใหม่

ทั้ง 7 วิธีเป็นเรื่องของการสร้างภาพที่ดีให้เกิดขึ้นในจิตใจ เพื่อให้งานทุกอย่างก้าวไปด้วยดี…วันนี้หากคุณยังเป็นเวิร์คกิ้งมัมที่ทำงานๆ แต่ยังมีเรื่องบั่นทอนความคิดและการทำงานอยู่ ลองเริ่มต้นสร้างภาพเหล่านี้ให้เกิดขึ้นในใจของตัวเองเชื่อว่าจะมีแต่เรื่องดีๆ ค่ะ
 
 
 

ที่มา http://agalico.com/home/index.php?news=59

 

 

Weather

Loading...
No list items have been added yet.

Suparksorn Sujinprum

Occupation
Location
อาจดูลึกลับ แต่มั่นคง กับการส่งผลของกรรม
เคยทำอะไร ทำดีหรือร้าย (ผลนั้นคือ กรรม)
No list items have been added yet.
There are no music lists on this space.