Suparksorn's profileDolly girlPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    December 03

    เจ้าชาย.....ของฉัน

     

    เจ้าชายของฉัน.............................

     

     

     

    ไม่ต้องเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์

     

     

     

    ไม่ต้องเห่าเก่ง

     

     

     

     

    ไม่ต้องจับขโมยได้ 

     

     

     

     

    ไม่ต้องเป็นฮีโร่...... เป็นเพียง เจ้าชายที่น่ารักแบบนี้ก็พอ

     

    เจ้าชายของฉัน......

     

    January 16

    เพื่อนใหม่......

    เพื่อนใหม่...
     
     
    เพื่อนใหม่ในที่นี้คือ มะฮะดี (ซอห์ลาฮูตดีน) หรือ "คิม" ที่ฉันเรียก....
    เพื่อนกลุ่มใหม่ ทำให้ฉันมองเห็นสิ่งที่สวยงามในมุมมองใหม่ๆ
    เพื่อนที่ทำให้ฉันมองเห็นหัวใจสีขาวบริสุทธิ์
     
    วันหลังจะมาเล่าเรื่องราว ระหว่างฉัน กับเพื่อนๆ
    "เส้นทางระหว่างวัดและมัสยิด......"
     
     
     
    ยิ้มแฉ่ง
     
     
     
     
     
    อาเนาะแก  (ภาษายาวี แปลว่า ตุ๊กตา)
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    July 31

    การบวช

     
    มีโอกาสไปงานบวช "วัชรินทร์"
    เห็นแล้วรู้สึกอิ่มเอิบตามไปด้วย
    เห็นชาวบ้านมาร่วมขบวนแห่ด้วยมากมาย
    ขนาดไม่รู้จักกัน แต่ขบวนแห่ผ่านหน้าบ้านเขา ก็เข้าร่วมแห่ด้วยจนถึงวัด
    รู้สึกอิ่มบุญจัง.......
     
    วัชบวช 1 พรรษา ได้รับฉายาว่า  "จารุวังโส"
     
    สาธุ...
     
     
    Open-mouthed
     
     
     คำว่า "บวช" นี้ เราเอามาใช้ในภาษาไทย มาจากคำว่า "ปะวะชะ" ในภาษาบาลี แปลว่า งดเว้น
    ผู้ที่เป็นนักบวชก็คือ ผู้งดเว้น งดเว้นเรื่องอะไร ? งดเว้นจากสิ่งที่เป็นข้าศึกแก่ความสงบของ
    จิตใจ ผู้ที่เป็นนักบวชนี้เขาเรียกว่า ประพฤติพรหมจรรย์ อันหมายถึง ความบริสุทธิ์ของจิตใจ
     
     
     
     
    คำว่า “ปพฺพชฺชา“ นี้ มีรากศัพท์ คือ ป + วช : ป แปลว่า ทั่วหรือสิ้นเชิง
               วช แปลว่า ไป หรือเว้น
               คำว่า ป + วช จึงแปลว่า ไปโดยสิ้นเชิง หรือ เว้นโดยสิ้นเชิง
               ที่ว่า “ไปโดยสิ้นเชิง“ นั้นหมายถึง ไปจากความเป็นฆราวาส
              คือ จากการครองเรือนไปสู่ความเป็นบรรพชิต คือ ผู้ไม่ครองเรือนโดยสิ้นเชิง โวหารที่สูงไปกว่านั้น
    ท่านเรียกว่า ไปจากโลกโดยสิ้นเชิง ซึ่งหมายความว่า ละเสียจากวิสัยที่ชาวโลกเขามีกัน เป็นกันโดยสิ้นเชิง นั่นเอง

                คำว่า "ไปจากความเป็นฆราาส" นี้หมายความว่า  ไปจากบ้านเรือน  ซึ่งหมายถึง
                          การสละความมีทรัพย์สมบัติ
                          การสละวงศ์ญาติทั้งหลาย
                          การเลิกละการนุ่งห่มอย่างฆราวาส
                          เลิกละการกินอยู่อย่างฆราวาส
                          เลิกละการใช้สอยอย่างฆราวาส
                          เลิกละอาการกิริยาวาจาอย่างฆราวาส
                          เลิกละความรู้สึกนึกคิดอย่างฆราวาสสิ้นเชิง
                 ดังนี้  จึงจะเรียกว่า  ไปหมดจากความเป็นฆราวาส  โดยสิ้นเชิง  หรือไปจากโลกโดยสิ้นเชิง


          ข้อที่ว่า “ สละความมีทรัพย์สมบัติ “ นั้น หมายถึง การยอมรับดำเนินชีวิตชนิดที่ไม่ต้องมีทรัพย์สมบัติ ไปมีชีวิตอยู่ด้วยเครื่องอาศัยเลี้ยงชีวิต ตามแต่จะมีผู้ศรัทธาหรือตามแต่จะหาได้มาบริโภคด้วยสิทธิอันชอบธรรมของนักบวชอันจะได้กล่าวถึงข้างหน้า ทรัพย์สมบัติทั้งหลายเหล่าโน้น เป็นของที่ฆราวาสผู้ไม่มีสิทธิอันชอบธรรมในอันที่จะบริโภคสิ่งของอันเขาถวายด้วยศรัทธา จึงไม่มีความจำเป็นอันใดสำหรับบรรชิตผู้ตั้งหน้าแสวงหาคุณอันสูงโดยแท้จริง

               ข้อที่ว่า “ สละวงศ์ญาติทั้งหลาย “ นั้นหมายถึงไม่มีความอาลัยในหมู่ญาติอันเป็นเหตุให้ต้องเกี่ยวข้องหรือสงเคราะห์กันอย่างชาวโลกเขาทำกัน บางคนยังต้องติดกับหมู่ญาติ เพราะเห็นแก่ปากท้อง ในเรื่องอาหารการกินและอื่น ๆ จนไม่มีโอกาสได้รับความเป็นอิสระโปร่งโล่งของบรรพชา
               ในบาลีที่กล่าวถึงการบวช มีการย้ำถึงการสละวงศ์ญาติอยู่ทั่วๆ ไป และอยู่ในรูปพระพุทธภาษิตโดยตรง นักบวชบางประเภทในสมัยพุทธกาล สมาทานการไม่ไปเยี่ยมบ้านของตนจนตลอดชีวิตก็ยังมี แต่ในพุทธศาสนา เรามุ่งเอาแต่เพียงการสละความอาลัยในหมู่ญาติ ชนิดที่เป็นความรู้สึกของฆราวาสทั่วไปนั่นเอง

                ข้อที่ว่า “ เว้นการนุ่งหุ่มอย่างฆราวาส “ นั้น ย่อม ๆ เห็นกันอยู่แล้วว่า หมายความถึงอะไร แต่ขอให้ถือเอาใจความสำคัญให้ได้ว่า ไม่ใช้เครื่องนุ่งห่มด้วยความมัวเมาในความงาม หรือความนิ่มนวลทางสัมผัสของสิ่งที่ใช้นุ่งห่ม ซึ่งหมายความว่า แม้จะใช้จีวรอย่างบรรพชิตแล้ว แต่ถ้ามุ่งไปในทางสวยงาม หรือความนิ่มนวลทางสัมผัสเป็นต้นแล้ว ก็ยังมีความหมายว่า ใช้เครื่องนุ่งห่มอย่างฆราวาส ทั้งที่กำลังห่มจีวรอยู่นั่นเอง

                 ข้อที่ว่า “ เว้นจากการกินอยู่อย่างฆราวาส “ นั้น มิได้หมายแต่เพียงว่า เว้นการฉันในเวลาวิกาลหรือเว้นอาหารบางชนิดที่พระเณรไม่ควรฉันเป็นต้น เพียงเท่านี้ก็หามิได้ใจความสำคัญนั้นอยู่ที่ว่าพวกฆราวาสกินเพื่อความเอร็ดอร่อย กินเพื่อความสนุกสนานเฮฮากินจุบกินจิบพิถีพิถันตามวิสัยของฆราวาสผู้เอาแต่การตามใจตัวเองเป็นที่ตั้งผู้บวชแล้วจะต้องเว้นจากการกินอย่างฆราวาสนี้โดยเด็ดขาด จะฉันด้วยความรู้สึกเพียงแต่ว่า นี้เป็นอาหารที่ฉันเพียงเพื่อยังอัตตภาพนี้ให้เป็นไปได้พอสะดวกสบายพอเหมาะสมแก่การที่จะปฏิบัติธรรมวินัยอันเป็นไป เพื่อออกจากทุกข์โดยประการทั้งปวง
                 โดยสรุปแล้ว ฉันอยู่ด้วยการระลึกถึงพระพุทธภาษิตของพระพุทธองค์ ซึ่งเราถือว่าเป็นพระพุทธบิดา อันได้ตรัสไว้ว่า “ พวกเธอ จงฉันบิณฑบาตสักว่าเหมือนกับน้ำมันสำหรับหยอดเพลาเกวียนหรือเหมือนกับมารดาบิดาซึ่งหลงทางกลางทะเลทราย ต้องจำใจกินเนื้อบุตรของตน ที่ตายแล้วในกลางทะเลทราย   เพื่อประทังชีวิตของตนเองฉันนั้น “
    กิริยาดังกล่าวนี้ คือ การเลิกละจากการกินอยู่อย่างฆราวาสโดยสิ้นเชิง

                  ข้อที่ว่า “ เลิกละการใช้สอยอย่างฆราวาส “ นั้น หมายถึง ไม่ใช้สอยที่อยู่อาศัยและเครื่องใช้สอยมีภาชนะเป็นต้น โดยทำนองที่ฆราวาสเขาใช้กัน คือเพื่ออยู่อย่างสำรวย เพื่ออยู่อย่างสนุกสนานในทางตามใจตัวเอง หรือเพื่อโอ้อวดกันในทางสวยงามและมีมากเป็นต้น นี้เรียกว่า ไปจากฆราวาสโดยสิ้นเชิง ในด้านการใช้สอยเครื่องใช้สอย

                  ข้อที่ว่า “ ละขาดจากกิริยาวาจาอย่างฆราวาส “ นั้น หมายถึง ฆราวาสย่อมมีกิริยาวาจาอันเป็นไปตามใจกิเลส ตัณหา ตามความสะดวกสบาย โดยปราศจากการควบคุม เพราะมุ่งแสวงแต่ความสนุกสนาน เพลิดเพลินจากการตามใจตัวเองอย่างเดียว ผู้บวชแล้ว จะต้องมีกิริยาวาจาอย่างสมณะ ในบทว่า
                  “ กิริยาวาจาใด ๆ เป็นของแห่งสมณะ เราจักประพฤติตนให้เป็นไปด้วยกิริยาวาจาอาการนั้น ๆ “               ผู้บวชแล้วลืมตัวในเรื่องนี้ ย่อมมีกิริยาวาจาที่คล้ายฆราวาสอยู่ทุกอิริยาบถ   เมื่อมีมิตรสหายที่เป็นฆราวาสมาหา ย่อมทำการต้อนรับเหมือนอย่างที่เคยกระทำต่อกันในครั้งเป็นฆราวาส ในบางรายถึงกับกอดคอกันก็มี หรือนั่งเข่าทับก่ายกันก็มี กิริยาทางกายและวาจาเหล่านี้ พราะผู้พระภาคเจ้าไม่ทรงถือว่าเป็นอาการของสมณะเลย แม้กิริยาวาจาอื่น ๆ ซึ่งเป็นของฆราวาสซึ่งมีอยู่มากมายนั้น ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ผู้บวชแล้วจะต้องละขาดด้วยสติสัมปชัญญะอย่างยิ่ง

                   ข้อที่ว่า “ เว้นจากความรู้สึกคิดนึกอย่างฆราวาสโดยสิ้นเชิง “ หมายความว่า พวกฆราวาสตามปรกติ มีความรู้สึกคิดนึกไปในทางเหย้าเรือน คิดนึกไปในทางกามคุณ ชอบปล่อยจิตให้ไหลไปในความคิดนึกทางกามารมณ์อยู่เป็นประจำ เมื่อความรู้สึกคิดนึกทางกามคุณเกิดขึ้น ย่อมไม่ประสงค์ที่จักหักห้าม แต่กลับจะพอใจ ปล่อยให้จิตใจไหลไปตามแนวนั้น ๆ ให้มากยิ่งขึ้นไปเสียอีก เพราะเป็นความเพลิดเพลิน นี้เรียกว่า ความรู้สึกคิดนึกอย่างฆราวาส
                   ผู้บวชแล้วจะต้องละความรู้สึกคิดนึกชนิดนั้นโดยเด็ดขาด ด้วยสติสัมปชัญญะอย่างยิ่ง คอยควบคุมกระแสแห่งความคิดนึกให้ไหลไปในทางของบรรพชิตโดยส่วนเดียว นี้เรียกว่า ละความรู้สึกคิดนึกอย่างฆราวาสโดยสิ้นเชิง

                   การละทรัพย์สมบัติ การละวงศ์ญาติ การละการนุ่งห่มอย่างฆราวาส การละการกินอยู่อย่างฆราวาส การละการใช้สอยอย่างฆราวาส การละกิริยาอาการทางกายวาจาอย่างฆราวาส และการละความรู้สึกคิดนึกอย่างฆราวาส ทั้งหมดรวมกันแล้วได้ในคำสรุปสั้น ๆ ว่า “ ไปหมดจากความเป็นฆราวาส “ เต็มตามความหมายของพยัญชนะที่ว่า “ ป+ วช “ หรือเป็นภาษาบาลีอย่างเต็มรูปว่า "ปพฺพชฺชา" นั่นเอง นี้คือความหมายของคำว่า “ บวช “ ในส่วนที่ว่า “ ไปหมด “ คือไปหมดจากความเป็นผู้ครองเรือนหรือเพศฆราวาสนั่นเอง

                  ส่วนความหมายของคำว่า “ บวช “ ที่ว่า “ เว้นหมด “ นั้น อธิบายว่าเมื่อบวชเป็นบรรพชิตแล้ว จักต้องเว้นสิ่งซึ่งควรเว้น ตามที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้อย่างไรนั้นโดยสิ้นเชิง ข้อนี้ผู้บวชแล้วย่อมจะได้รับการศึกษาธรรมวินัยจนรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งควรเว้นหรือควรละทั้งในส่วนวินัยและทั้งในส่วนธรรมะ แล้วตนก็จะพยายามเว้นสิ่งที่ควรเว้นนั้นโดยสิ้นเชิงโดยอาศัยกำลังใจที่ได้รับมาจากการระลึกถึงอยู่เสมอว่าบวชนี้เราบวชเองการปฏิญาณในการบวชนี้ได้ทำในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และโอกาสอันศักดิ์สิทธิ์และการบวชที่มีอานิสงส์อันสมบูรณ์นั้น เป็นความหวังอย่างยิ่งของมารดาบิดาและเราผู้มีความเป็นมนุษย์อันถูกต้องนั้นจักต้องประพฤติปฏิบัติตนให้เจริญงอกงาม ก้าวหน้าขึ้นไปสู่ความสูง หรือยอดสุดของความเป็นมนุษย์อยู่เสมอไป จึงจะสมกัน เมื่อระลึกได้ดังนี้ ก็มีกำลังใจที่จะละเว้นสิ่งที่ควรละเว้นได้โดยหมดจดสิ้นเชิง ตามระเบียบวินัยอย่างครบถ้วน
                  นี้คือความหมายของคำว่า “ บวช “ ในส่วนที่ว่า “ เว้นหมด “
                  เมื่อรวมความหมายของคำว่า “ ไปหมด “ และคำว่า “ เว้นหมด “ เข้าด้วยกัน ก็เป็นความหมายที่แสดงอยู่ในตัวเองอย่างครบถ้วนแล้วว่า ตัวลักษณะแห่งการบวชที่จริงนั้นคืออะไร ?

     

    - พุทธทาสภิกขุ -

     

     

     

     

    July 27

    สู้ ๆ ศุภักษร สู้ๆ

     
    สู้ให้เป็น...
     
     
     
     
    จะท้อแท้...อ่อนใจ...ไปใยเล่า
    ชีวิตเรา...ชาตินี้...ยังมีหวัง
    ลมหายใจ...ยังดี...มีพลัง
    ชีวิตยัง...คงอยู่...สู้ให้เป็น
    คิดสิ่งใด...ทำต้องได้...ดั่งใจคิด
    สู้ชีวิต...ไม่อ่อนแอ...แม้ยากเข็ญ
    สู้ด้วยใจ...ไม่ท้อแท้...สู้ให้เป็น
    ให้โลกเห็น...เราต้องสู้..จึงอยู่ดี

     

     ปล.เจอบทกลอนนี้ อ่านแล้วชอบมาก เลยเอามาลงบล็อค   โดย พันโทนเรศร์ จิตรักษ์


     

    June 11

    วิธีสร้างภาพความสำเร็จ

     

     

     
    ทำไมชีวิตของคนเราจะต้องมีการสร้างภาพด้วย…ถ้าไม่อธิบายคงจะคิดไปต่างๆ นานา ว่าคือการสร้างภาพตัวเองให้ดูดี (ฝีมือไม่ต้องพูดถึง) ถ้าเป็นแบบนั้นคงจะอยู่ได้ไม่นานเพราะภาพที่แท้จริงคงจะแสดงออกมาไม่เร็วก็ช้า… สำหรับเวิร์คกิ้งมัมการสร้างภาพถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะมันหายถึงความสำเร็จและความก้าวหน้าทางการงานที่กำลังทำอยู่ด้วยเช่นกัน
    1. สลัดเรื่องลบออกจากใจ เพราะเรื่องเหล่านี้มันสามารถบั่นทอนจิตใจในการทำงาน ไม่ว่าคุณจะคิดอะไรถ้ามีความคิดที่ลบ หรือไม่ดีแวบเข้ามาในสมอง การสั่งการของสมองคุณจะหยุดทันที… ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปถ้ามีความตั้งใจให้ทำงานสำเร็จเป็นที่ตั้ง

    2. ตั้งเป้าหมายแรกให้ง่าย เพราะว่าการทำงานที่มีรายละเอียดเยอะจะทำให้เราไม่รู้จะเริ่มต้นทำอะไรก่อนดี ฉะนั้นการแบ่งทอนงานออกมาทีละส่วนจะทำให้คุณสามารถทำงานได้อย่างคล่องขึ้น เมื่อปรุงทุกรายละเอียดครบแล้วจึงนำมาประสานรวมกันเป็นชิ้นงานที่สำเร็จตามแผนที่วางไว้

    3. ให้สมมติว่าตัวเองเก่ง คุณทำได้ เพราะการที่เริ่มคิดว่าคุณเป็นคนไม่เก่ง อะไรก็ทำไม่ได้ถ้าไม่มีคนเดินนำหน้า แค่คิดว่าทำไม่ได้ตั้งแต่แรกก็ทำให้คุณไม่มีการก้าวเดินเกิดขึ้น ฉะนั้น คุณต้องคิดว่าคุณทำได้เสมอ เพราะเมื่อคุณสมัครเข้ามาทำหน้าที่นี้แล้ว การทำไมได้ไม่ใช่เหตุผลที่ดีที่คุณจะบอกใครต่อใครให้เห็นศักยภาพ หรือมูลค่าที่อยู่ในตัวคุณได้

    4. หนีให้ไกลคนที่มองโลกใน ด้านลบ โดยความจริงของสังคมคงจะหนียากสักหน่อย เพราะคนประเภทนี้จะแฝงกายอยู่ทั่วทุกสังคม โดยเฉพาะในออฟฟิศที่มีหลายแผนกหลายฝ่าย แต่การเลือกที่จะคบหรือจะคุยคงต้องดูกาลเทศะหรือทิศทางลมให้ดี เพราะคุณอาจจะเข้าข่ายสมาคมคนมองโลกด้านลบนี้ จนทำให้มองอะไรก็ร้ายไปหมด สิ่งที่เกิดขึ้นคือความคิดที่ไม่สร้างสรรค์ หรือความคิดที่ไม่เป็นบวกต่อทั้งบริษัทและพนักงานด้วยกันเองยิ่งคนที่เป็นแม่ จะติดตัวให้เผลอตัวแสดงสิ่งเหล่านี้ให้ลูกเลียนแบบได้

    5. มองปัญหาเป็นโอกาส เพราะการที่คุณจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่ต้องการได้ คุณต้องฝึกการแก้ปัญหาทั้งเฉพาะหน้าและปัญหาโดยรวมให้ได้ก่อน ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นจะเป็นประสบการณ์ที่ดีจะทำให้คุณมีพลังทำอะไรต่อไปได้ เพราะคุณจะคิดเสมอว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมาทุกครั้งเมื่อมีปัญหายังสามารถก้าวผ่านไปได้เสมอ

    6. รอบคอบกับสิ่งที่ทำ แต่ละคนมีการจัดรูปแบบการดำเนินชีวิตและการทำงานที่แตกต่างกัน แต่ก็ต้องมีสิ่งที่ใช้เป็นแบบอย่างให้คนอื่นได้ทุกเวลา นั่นคือ คุณต้องสามารถให้คนอื่นๆ สามารถทำงานต่อจากคุณได้ด้วยจดบันทึกการทำงานอย่างมีขั้นตอนทุกครั้งที่เริ่มทำงานจนปิดโครงการที่ทำอยู่เพราะนอกจากจะทำให้งานสามารถดำเนินการต่อไปด้วยทีมที่ทำวงานร่วมกันแล้ว ยังแสดงความเป็นมืออาชีพของคุณอีกด้วย

    7. เก็บความรู้สึกที่ดีไว้เสมอ การทำงานเมื่อเสร็จงานก็จะต้องมีผลงานที่ได้ทำลงไปส่วนจะเป็นโบว์แดงชิ้นใหญ่หรือชิ้นเล็กก็สุดแต่สิ่งที่ได้รับมอบหมาย ฉะนั้น ณ วันที่คุณได้รับคำชมเชยจากผู้บังคับบัญชาหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องขำให้เก็บความรู้สึกที่ดีนี้ไว้ในใจเสมอ เพราะสิ่งนี้จะทำให้คุณมีกำลังใจทุกครั้งที่ทำงานชิ้นใหม่

    ทั้ง 7 วิธีเป็นเรื่องของการสร้างภาพที่ดีให้เกิดขึ้นในจิตใจ เพื่อให้งานทุกอย่างก้าวไปด้วยดี…วันนี้หากคุณยังเป็นเวิร์คกิ้งมัมที่ทำงานๆ แต่ยังมีเรื่องบั่นทอนความคิดและการทำงานอยู่ ลองเริ่มต้นสร้างภาพเหล่านี้ให้เกิดขึ้นในใจของตัวเองเชื่อว่าจะมีแต่เรื่องดีๆ ค่ะ
     
     
     

    ที่มา http://agalico.com/home/index.php?news=59

     

    May 23

    ถึงเธอคนนั้น

    (รูปนี้ น้องหมา เมินเครื่องบินอ่ะ.....)

     

     

    วันนี้ ท่านพี่ทำให้เราเข้าใจว่า ไม่ใช่แค่เราคนเดียวซักหน่อย
    ที่รู้สึกแบบนี้ พี่เค้าก็เป็น ฮ่าๆๆๆๆๆๆ น่าขำอ่ะ ยุติธรรมดี .....
     ทุกคนก็เคย ทุกคนก็เป็น เฮ้อ......ยากที่จะเข้าใจ
     
    "หากไม่มีวาสนา แม้นอยู่ตรงหน้า ก็ไม่อาจหันมามอง"
     
     
     
    นึกถึงเพลงน้องโต๋ ที่เพื่อนสาว (แฟนโต๋) เคยบอกว่าความหมายดี
    พอตั้งใจอ่านแล้ว ความหมายก็ดีจริงๆ
     
     
    "จะเป็นคนใกล้ตัวหรือเปล่า หรือว่าเป็นคนห่างไกล
    และต้องทำยังไงให้เรานั้นได้เจอะกัน"

     

     

    --++---++---++----+++----+-----+++-------+++

     

     

    เอาเนื้อร้องกะรูปน้องโต๋มาให้โบว์ Copy ตามสบายเลยเพื่อน หารูปมาให้แล้ว !!!
     
     
     
     

      ถึงเธอคนนั้น.......

      
     
     
    เพลงนี้เป็นเพลงที่ฉันนั้นเขียนให้เธอ
    คนรักที่ฉันยังไม่เคยเจอสักครั้ง
    ก็ฝันไว้ว่าสักวันหนึ่งจะร้องเพลงนี้ให้ฟัง
    แต่ว่ายังไม่เจอ ไม่รู้ว่าเธออยู่ไหน

    หลับตา ลองนึกว่าเธอนั้นเป็นยังไง
    จะมีอะไรที่คล้ายๆกันบ้างไหม
    จะเป็นคนใกล้ตัวหรือเปล่า หรือว่าเป็นคนห่างไกล
    และต้องทำยังไงให้เรานั้นได้เจอะกัน

    ดวงใจดวงนี้มีความรัก ล่องลอยคอยไปอย่างเคว้งคว้าง
    ผ่านวันอ้างว้างนี้โดยลำพังหวังเพียงสักวันได้พบใคร
    ดวงใจดวงนี้มีความรัก อยากให้มีคนได้มันไป
    เธออยู่ที่ไหนรักแท้ของฉัน ต้องรออีกนานสักเท่าไร
    ถึงจะได้เจอ

    หากฉัน มีวันได้พบเขานั้นจริงๆ
    ฉันพร้อมทำทุกๆสิ่งเพื่อเขา
    จะทำให้เขามีความสุข จะไม่ให้เขาปวดร้าว
    ไม่ปล่อยเขาให้เหงา จะรักเขาจนหมดใจ

     
    ดวงใจดวงนี้มีความรัก ล่องลอยคอยไปอย่างเคว้งคว้าง
    ผ่านวันอ้างว้างนี้โดยลำพังหวังเพียงสักวันได้พบใคร
    ดวงใจดวงนี้มีความรัก อยากให้มีคนได้มันไป
    เธออยู่ที่ไหนรักแท้ของฉัน ต้องรออีกนานสักเท่าไร
    ถึงจะได้เจอ.............

    ดวงใจดวงนี้มีความรัก ล่องลอยคอยไปอย่างเคว้งคว้าง
    ผ่านวันอ้างว้างนี้โดยลำพังหวังเพียงสักวันได้พบใคร
    ดวงใจดวงนี้มีความรัก อยากให้มีคนได้มันไป
    เธออยู่ที่ไหนรักแท้ของฉัน ต้องรออีกนานสักเท่าไร
    ถึงจะได้เจอ.............
     
     

     

     
     
     

    May 14

    คำนี้....พูดยากเนอะ...

     
    มีเพื่อนสาวโทรมาปรึกษา เกี่ยวกับเรื่องที่เราไม่เคยเข้าใจซักที
    บางทีมีความรู้สึกว่า มันเป็นเรื่องเดียวกับผี เพราะรู้ว่าผีมีจริง แต่....ไม่เคยเห็น
    ไอ้เรื่องที่ว่าก็เหมือนกัน มันอาจจะมีจริงเหมือนผี แต่....เราก็ไม่เคยเห็น
     
    เมื่อวันก่อน ได้ตั้งใจฟังเพลงๆนึง โห.....โต๋เขียนให้เรา ฮ่าๆๆ
    เป็นธรรมดาของคนชอบโมเม
     
    คำๆนี้ มันเป็นคำต้องห้าม คำนี้ หากไม่ใจถึงจริงๆอย่าพูดกับใคร
    เพราะมันจะกลับมาทำร้ายตัวเราเอง (นี่เรามองโลกในแง่ร้ายไปไหมหว่า...)
     
    เรื่องๆนี้ ถ้าไม่อาจหาญ อย่าไปมีความรู้สึกกับมัน
    มันเหมือนผีไง....ถ้าโดนผีหลอก คงรู้สึกกลัว และหลอนไปอีกนานแสนนาน
     
    บางครั้ง ทำให้คนๆ นึงกลับกลาย เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่น่าเชื่อ
     
    แต่.......ทั้งๆที่รู้ คนบนโลก ก็......ชอบเสี่ยง  เฮ้อ.....
     
     
     
     
     
    เคยไหมบางทีที่เธอต้องการพูดอะไรออกไป
    เคยไหมบางทีคำพูดมันไม่ยอมตรงกันกับใจ
    ทั้งที่พยายาม และไม่ว่าจะเตรียมตัว สักขนาดไหน

    เหมือนฉัน บางทีกำลังเผชิญหน้าความเป็นจริง
    และถึงแม้ข้างในพยายาม พูดออกไปให้หมดทุกสิ่ง อย่างที่ตั้งใจ

    แต่มันก็เหมือนเคย ไม่ว่าจะเปิดเผยสักเท่าไหร่
    เมื่อต้องพูดคำนั้น เสียงฉันมันก็หายไป

    อ่านปากของฉันนะ ว่า ... อยากจะพูดอีกครั้ง ว่า ...
    และจะเป็นอย่างนี้กับเธอ ไม่ว่านานสักเท่าไหร่
    ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะรักใคร ไม่ต้องห่วงว่าฉันเปลี่ยนหัวใจ
    ฉันจะเป็นอย่างนี้ จะ ... ตลอดไป

    ฉันรู้ดีว่าบางที มันก็ดูเหมือนน่ารำคาญ
    แต่ฉันจะพยายามที่จะพูดออกไปให้หมดทุกสิ่ง ให้หมดทั้งหัวใจ

    แต่ว่ามันก็เหมือนเคย ไม่ว่าจะเปิดเผยสักเท่าไหร่
    เมื่อต้องพูดคำนั้น เสียงฉันมันก็หายไป

    อ่านปากของฉันนะ ว่า ... อยากจะพูดอีกครั้ง ว่า ...
    และจะเป็นอย่างนี้กับเธอ ไม่ว่านานสักเท่าไหร่
    ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะรักใคร ไม่ต้องห่วงว่าฉันเปลี่ยนหัวใจ
    ฉันจะเป็นอย่างนี้ จะ ... ตลอดไป

    แต่ว่ามันก็เหมือนเคย ไม่ว่าจะเปิดเผยสักเท่าไหร่
    เมื่อต้องพูดคำนั้น เสียงฉันมันก็หายไป

    อ่านปากของฉันนะ ว่า ... อยากจะพูดอีกครั้ง ว่า ...
    และจะเป็นอย่างนี้กับเธอ ไม่ว่านานสักเท่าไหร่
    ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะรักใคร ไม่ต้องห่วงว่าฉันเปลี่ยนหัวใจ
    ฉันจะเป็นอย่างนี้ จะ ... ตลอดไป

    จะย้ำด้วยคำๆ นี้ ว่ารักเธอ ไม่ยอมรักใคร
     
     
     
     
     
    เด็กอาร๊ายยย น่ารักชะมัด.....
     
     
    March 21

    อิ่มบุญ

     
    ณ ริมเขื่อน
     
    วันนี้ได้เทปูนที่ตัวองค์พระแล้ว และแล้วเราก็มีส่วนร่วมจนได้.....
    ตอนแรกที่มาที่นี่ ตั้งใจจะร่วมสร้างองค์หลวงปู่ใหญ่ "หลวงปู่ป่าสัก"
     
    แต่.... งานหลักของเรากลายเป็นเรื่องของห้องเครื่อง
    (พี่แขกเป็นซังกุงห้องเครื่อง เพราะแกเขี้ยวมาก เรื่องความสะอาดและความเรียบร้อย
    ส่วนเราเหรอ ฮ่าๆๆๆ แน่นอน แอบนึกว่าเป็น ...... จังกึมอ่ะ )
    เพราะที่นี่มี แม่ชี และพี่ๆจากวัดมาไม่กี่คน
    แต่ต้องทำอาหารเลี้ยงพระ เณร แม่ชี และคนงานร้อยกว่าชีวิต
     
    ดังนั้นอะไรที่เราช่วยได้ รีบเลยยยย.......
    ปอกผัก จัดผัก ปอกกระเทียม ตำน้ำพริก เป็นลูกมือพี่แขก และชีจอย
     
    (ชีจอยแซวว่า....."ตุ๊ก หางานไม่ได้ ไม่เป็นไร เด๋วได้สามีแทน เพราะเก่งเรื่องทำอาหารแล้ว...!!!!"
    สาธุค่ะ พี่ชี....ช่างเป็นคำปลอบใจที่.....ประทับใจยิ่งแล้ว)
     
    และงานที่หินที่สุดในห้องเครื่องคือ .... ล้างจาน
    เพราะจานหลายร้อยใบ และต้องทำเวลา
    ตอนเช้าล้างจานเสร็จ ต้องรีบทำอาหารเพลต่อเด๋วไม่ทัน สนุกสนานมาก ....
     
    ช่วงบ่าย ถึงได้ช่วยเป็นกำลังในการส่งปูนขึ้นองค์พระ หรือมัดเหล็ก หรือส่งน้ำส่งท่าให้คนงาน
     
    และแล้ววันนี้ ก็มีโอกาสไปเทปูนที่องค์พระ......."อิ่มบุญจัง" 
     
    21 มีนาคม 2550 21.02 น.
     
     
     
     
     
     
     
    March 06

    หากไร้หวัง ความผิดหวังก้อไม่มี

     

    หากไร้หวัง ความผิดหวังก้อไม่มี.......

     

    วันนี้ ท่านพี่ได้เตือน "สติ" อีกครั้ง

    ท่านพี่กล่าวว่า " หากไร้หวัง ความผิดหวังก้อไม่มี......."

    จริงด้วยเนอะ หากเรายังรู้สึกอย่างหนึ่ง

    เราต้องยอมรับกับอีกสิ่งหนึ่งที่มันเป็นคู่กันด้วย

    เช่น หวัง ก็ต้องเสี่ยงกับความผิดหวัง ถูกใจ ก็ต้องมี ผิดใจ.... เป็นธรรมดา

    ถ้าไม่อยากผิดหวัง.....ก็อย่าไปหวัง ก็แค่นั้นเอง ให้มันเป็นไปอย่างนั้น

    ดูมันเป็นไปอย่างนั้น สิ่งที่เกิดขึ้น เรามีหน้าที่เรียนรู้ และทำความเข้าใจในสัจจธรรม....เท่านั้นเอง

     

    สาธุ.....ท่านพี่

     

    February 15

    ขอโทษ....ที่เข้มแข็งขึ้นมา

     
     
    เคยแปลกใจไหม ว่าสำหรับเรื่องราวของคนที่เรารัก หรือปัญหาของคนที่เรารัก
    เรามีพลังมาจากไหนไม่รู้สามารถทำให้เราเข้มแข็ง ที่จะแก้ปัญหาให้ได้อย่างไม่คิดชีวิต
     
    วันนี้ เราต้องจัดการปัญหาเหล่านั้น......
    รู้สึกว่าตัวเองเข็มแข็ง กล้าเผชิญ และที่สำคัญ คือ.... ไม่กลัวตาย !!!
     
    สัญญาว่าทุกความคิด ทุกคำพูด และทุกการกระทำ มันจะออกมาจากสติ และปัญญาของเราเท่านั้น
    หากเกิดอะรขึ้น ขอให้ทุกอย่าง มันเป็นไปตามกรรม...เรายอมรับได้ ธรรมดา .....กรรม ที่ต้องชดใช้
    และสัญญาอีกว่าจะพยายามสร้างอกุศลที่กำลังจะเกิดขึ้น ให้น้อยที่สุด เท่าที่จะทำได้
    จะพยามยามตามรู้ทัน ทุกความคิด และทุกอารมณ์ที่จะเกิด
     
    ขอบารมีหลวงปู่ใหญ่ และหลวงพ่อทุกองค์
    ขอปัญญา และความกล้าหาญให้หนูด้วยเถอะค่ะ....สาธุ
     
     
     
     
     
    February 13

    ว่างจากความท้อ....

    ว่างจากความท้อ

    เกินทนจึงท้อ
    เกินรอจึงแยก
    เกินแบกจึงทิ้ง
    เกินวิ่งจึงคลาน

    ทางไกลลวงตาให้เห็นแต่ขอบฟ้าที่มาไม่เคยถึง
    ก้าวแรกลวงใจให้เห็นแต่จุดเริ่มต้นที่ไม่เคยใกล้เส้นชัย

    เมื่อเข้าใจว่าทุกเส้นทางมีที่สิ้นสุด
    ก็จะไม่หยุดอยู่ที่ก้าวแรก
    กับทั้งตระหนักว่าก้าวสุดท้าย
    ย่อมปรากฏหลังก้าวแรกเสมอ
    ไม่มีก้าวแรกใดพาไปถึงจุดสุดทางได้
    ขอบฟ้าที่มาไม่ถึงเป็นเพียงจินตนาการจอมปลอม
    ถ้ายอมเชื่อก็ท้อเกินกว่าจะเริ่มก้าวแรกเสียด้วยซ้ำ

    อุปสรรคมีไว้ให้ทำลาย
    เครื่องขวางมีไว้ให้ป่ายปีน
    ทุกเส้นทางมีความยาก
    ทุกความลำบากมีรางวัลรอ

    เมื่อว่างจากความท้อ
    ก็ว่างจากการรอเปล่า
    แต่ประจุเต็มด้วยความหฤหรรษ์
    ผายผันจากก้าวแรกไปสู่ก้าวที่สอง
    มองเห็นก้าวสุดท้ายเป็นภาพจริง
    ที่สิงสู่อยู่ในทุกก้าวเดินอันทรงพลัง
     
     
    ที่มา "คิดจากความว่าง"
      คุณดังตฤณ

    February 06

    PSC Party.....2007

    PSC ....... 03-02-50
     
     
    "ผูกพันมั่นรักสามัคคี ประหนึ่งน้องพี่รวมสายใจ เกียรติยศยิ่งใหญ่ใครจะปาน..."
     
    ดีใจได้เจอเพื่อนๆ ที่ไม่ได้เจอกันนานมาก
    ดีใจที่ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง................
     
     
    จริงๆแล้วอยากให้ไปกันอีกเยอะๆ แต่ไม่เป็นไร เพื่อนอาจติดธุระและไม่สะดวก
    ยังมีอีกหลายต่อหลายครั้ง ที่พวกเรายังพบกันได้ จริงไหมจ๊ะ...................
     
    อ้อ...ครั้งหน้า ไม่เอาตากิล่าแล้วนะเพื่อนออย
     
     
    ปล. ยายโบว์ ยายเกิ้ล ไม่รับโทรศัพท์ชั้น ยายปุ๋มแอบผิดสัญญาด้วย เฮ้อ...... ครั้งหน้า ชั้นจะตามไปจิกถึงที่เลย คอยดู !!!
    January 18

    จิตศุภักษร

     
     
    "จิตศุภักษร"
     
    จิต คือ สิ่งใด สิ่งหนึ่ง ที่สามารถทำให้รู้สึกรัก
    โกรธ เบื่อ เซ็ง ง่วง ฟุ้ง ฯลฯ (เกิดสภาวะ)
    โดยมาจากการรับรู้จากร่างกายของคน (จากอาตายนะ)
    เช่นมองเห็น ได้ยิน สัมผัส หรือลิ้มรส
     
     
    ศุภักษร คือ สิ่งที่ดิน น้ำ ลม ไฟ และวิญญาณ มารวมตัวกัน
    ผู้ที่รู้จัก จะเรียกสิ่งนี้ว่า "ยัยตุ๊ก" 
     
     
    "จิตศุภักษร"
     
    คือ
    สิ่งใด สิ่งหนึ่ง ที่สามารถทำให้ "ยัยตุ๊ก"
    เกิดสภาวะต่างๆ
    รู้สึกรัก โกรธ เบื่อ เซ็ง ง่วง ฟุ้ง ฯลฯ
    โดยเกิดจากการรับรู้จากร่างกาย
    เช่นมองเห็น ได้ยิน สัมผัส หรือลิ้มรส
     
    ซึ่งแตกต่างจาก "จิตประภัสสร" ยิ่งนัก
     
    หากแต่ตอนนี้ "จิตศุภักษร" กำลังเรียนรู้
    และเดินตามรอยเท้าแห่งทางสายกลาง
    เพื่อเปลี่ยนเป็น "จิตประภัสสร" ณ ปลายทางนั้น
     
    แม้นมันยากเย็น กับการเปลี่ยนแปลงแห่งจิต
    ก็จะพยายามเรียนรู้ และปฏิบัติ เพื่อสิ่งนี้ ......
     
    "จิตประภัสสร"
     
     
     
    --++-----++----+------++-------+++-------+++-------------+++-------+
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    January 15

    My thought in my mind..

     
    My thought in my mind..
     
     
    วันนี้ไปถ่ายทำงานที่จุฬา อากาศร้อน คนเยอะ เดินทางไกล
    ก็หนุ่มๆเค้าเดินกันได้นี่นา จากสะพานหัวช้าง เดินไปทั่วจุฬาเลย
    ไม่สงสารผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเรา เฮ้อ..... น่าสงสารจัง....
    ที่ต้องแบกขาตั้งกล้องหนักกว่า 9 กิโล....
    แต่ไม่เป็นไร คนอื่นเค้าก็แบกของ แบกกล้อง อย่าบ่นๆ
     
    เรื่องราวที่เล่า มันไม่ได้สำคัญอะไรเลย แต่มีเรื่องหนึ่งที่ติดอยู่ในใจแปลกๆ...
     
    ขณะที่เราสัมภาษณ์น้องๆคณะวิศวะฯ น้องเค้าตอบอะไร
    เราก็ตั้งใจฟังอย่างดี และเข้าใจทุกคำพูดของน้อง
    น้องตอบเรื่องการสอบเข้าคณะวิศวะ เมเจอร์คอมพิวเตอร์
    เพราะ ....zx2@#%#$^@&%...^$ Bla Bla Bla....
     
     
    อยู่ ๆ
    ความคิดก็แซกเข้ามา เป็นความรู้สึกนึกถึง ....ชัดเจนมาก
    มันทำให้รู้สึกแปลกๆบอกไม่ถูก รู้แต่ว่า รูสึกดี
    เราลองดูความคิดนั้น และแอบนับเลขในใจ หนึ่ง สอง สาม...
    แล้วมันก็หายไป... มันชัดเจนแต่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว
    ขณะที่หายไป รู้สึกใจอาวรณ์
    ฮ่าๆๆๆ แปลกมาก รู้สึกแปลกที่อาวรณ์....
     
    ตอนนี้กลับมาที่ออฟฟิตแล้ว
    พอแอบนึกถึง ความรู้สึกเหมือนชัดเจนอยู่......
    เฮ้อ....เนี่ยน้า ขนาดความคิดเรา เรายังตามไม่ทันเลย....
     
     
    ปล. ทำไมไม่เข้าจุฬาให้ได้น้า....เด็กจุฬาน่ารักทั้งนั้นเลย โดยเฉพาะ....อัก - สอนนนน
     
    January 09

    กรรม

    เรื่องราวมากมาย ที่เพียรค้นหา
    ที่เห็นเป็นโชคชะตา  ลิขิตชีวิตผู้คน
    อาจเคยน้อยใจและยังสับสน
    กับปัญหามากมาย วกวน  มาเกิดกับฉัน ได้ยังไง

    สิ่งที่เจอ ที่เห็นอยู่ อยากรู้ไหมว่าทำไม
    ว่าเพราะอะไร ต้นเหตุคือใครที่ไหนกัน
    สิ่งที่เธอนั้นต้องเจอ สิ่งที่เธอต้องทุกข์ต้องทน
    ดูไร้เหตุผล ได้แต่โทษฟ้าโทษดาว

    แต่ในความจริงที่เป็น ทุกอย่างได้มาเพราะเธอ
    จะร้ายจะดี มันอยู่ที่ตัวเธอนั้นเอง
    อยากให้ลองดูเรื่องกรรม คือการกระทำของเธอ
    แม้คิดในใจ อาจคอยส่งผลร้าย ๆ

    อาจดูลึกลับ แต่มั่นคง กับการส่งผลของกรรม
    เคยทำอะไร ทำดีหรือร้าย (ผลนั้นคือ กรรม)

    แม้ดวงและดาว จะไม่พราวแสง
    แม้วันนี้จะอ่อนแรง ด้วยว่าทำดี ยังมืดมน
    ให้มั่นใจ ว่าสิ่งที่เจอมีเหตุมีผล
    ให้ยิ้มและสู้อดทน ไม่นานเรื่องร้ายจะผ่านไป

    หากยังทำดี หากเป็นคนดี ...

    January 02

    คิดถึงแม่....

    แม่.....
     
    แปลกเนอะ เวลาที่ทุกข์ใจ เศร้าใจ เรามักนึกถึง "แม่" มากกว่าทุกๆ เวลา
     
    วันนี้ เป็นอีกวัน ที่เราสัมผัสได้ถึงความรักที่ยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์ของแม่ ....
    ไม่ว่าเราจะผิดพลาด แม่ให้อภัยเราเสมอ
    ไม่ว่าเราจะท้อแท้ แม่เป็นพลังใจให้เราเสมอ
    แม่เป็นผู้ให้ได้อย่างไม่มีเงื่อนไข ไม่ต้องการสิ่งใดๆในโลกนี้ตอบแทน
    นอกเหนือจาก "ความดี" ของลูก เพียงแค่.....
    อยากให้ลูกเป็นคนดีที่มีความสุข
     
    ความรักของแม่ จะเป็นเกราะป้องกัน ให้ลูกได้เดินไปในเส้นทางแห่งความดี
     
    ลูกคนนี้ขอปฏิบัติดีเพื่อแทนพระคุณ
     
    ตุ๊กตา
     
    December 09

    มิ่งมหามงคล วันเฉลิมพระชนม์พรรษา

     
    05-12-49
     
    วันนั้นตื่นแต่เช้า เพราะตื่นเต้น จะไปเข้าเฝ้ารับเสด็จ พร้อมกับประชาคนนับแสน
    เตรียมตัว เตรียมใจไว้ว่า คงต้องพบปะกับผู้คนมากมาย แดดคงร้อน และคงต้องรอ
     
    แต่กว่าจะเดินทางไปถึงย่านราชดำเนิน ก็บ่ายกว่าๆ ผู้คนมาอยู่ที่นั่นแล้วนับไม่ท้วน
    นักเรียน และวงโยทวาทิตกำลังซ้อมเพลงที่จะบรรเลง เชื่อได้ว่า วันนี้ คงเป็นวันที่พวกเค้า
    บรรเลงได้เพราะที่สุดในชีวิตอีกวันหนึ่ง ...........
     
     
     
    ได้เห็นมุสลิมคนนึง กำลังสวดขอพระพรจากพระเจ้าขอเค้า เพื่อในหลวง โดยไม่สนใจกับสายตาที่จับจ้องเธอ......ประทับใจดี
     
     
     
     
    แล้วเวลาบ่ายสามโมง เราก็เริ่มหาที่เหมาะๆ ยืนรอรับเสด็จพร้อมๆกับคนอื่นๆ
    ได้ที่ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา คนเยอะมาก อากาศร้อน แต่รู้สึกอบอุ่น และชุ่มชื่นหัวใจ...... 
     
     
     ยืนรอจนกระทั่งใกล้เวลาเสด็จพระราชดำเนิน
    เรารีบเตรียมกล้องไว้ ไม่อยากให้พลาด
    ทุกคนก็เตรียมพร้อม ทั้งกล้อง ทั้งธง ทั้งมือถือ
    อะไรที่มีก็คงอยากเก็บภาพ และความทรงจำประทับใจไว้.....
     
    คุณตำรวจรีบบอกพวกเราว่า ห้ามถ่ายภาพ ห้ามใช้กล้องและมือถือ
    เราคงลืมไปว่า นั่นเป็นสิ่งไม่ควรแก่พระองค์ท่าน ไม่เป็นไร......
     
    และแล้วรถตำรวจนำขบวนรถเสด็จ ก็มาผ่านมา
    สายตาเราจับจ้องไปที่รถของพระองค์ท่าน
    เห็นพระพักตร์ที่แย้มพระโอฐน้อยๆ
    พระหัตถ์ โบกขึ้นลงเบาๆ ผ่านหน้าไป
    ความรู้สึกตื้นตัน อิ่มเอิบก็มีอยู่เมหัวใจ
    เสียงรอบข้าง เป็นเสียงประชาชนที่มาจากทุกสารทิศ
    แส่สร้องสรรเสริญพระองค์ "ทรงพระเจริญ" ดังกึกก้องไปหมด
     
    วินาทีนั้น เราเชื่อว่าทุกคน ได้เก็บภาพของพระองค์ไว้ในหัวใจของพวกเราเรียบร้อยแล้ว
    ภาพของพระองค์ท่าน ไม่ต้องเก็บด้วยกล้อง ไม่ได้เก็บด้วยเทคโนโลยีใดๆในโลกนี้
    หากแต่เป็นหัวใจทุกดวงของประชาชนคนไทยทุกคนต่างหาก
    และภาพของท่าน ไม่มีสิ่งใดที่จะลบเลือนออกจากหัวใจประชาชนทุกคน
    แม้เวลาเพียงเสียววินาที ที่ได้เห็นพระพักตร์ และพระหัตถ์พระองค์ ก็เกินพอแล้ว
    สำหรับประชาชนคนเล็กๆอย่างเรา ........
     
    ระยะเวลาที่เรายืนรอรับเสด็จ จำนวนคน หรือสภาพอากาศ ไม่ได้มีผลใดๆทำให้ความตั้งใจ
    ที่จะแสดงออกถึงการถวายความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านลดน้อยถอยลงไปเลย.....
     
     
    เรารอที่จะจุดเทียนชัยถวายพระพร และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีส่งเสด็จกลับวังสวนจิตร
    ทันทีที่จุดเทียน แสงเทียนเล็กๆ ได้จุดต่อกับไปขยายเป็นพลังแสงเทียน
    เริ่มจากด้สนบนเวที มาด้านหน้าเวที ขยายต่อมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงเรา
    และเราได้ส่งแสงเทียนน้อยๆนั้นต่อไปเรื่อยๆ .........
     
    เสียงร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีมหาราชาดังกระหึ่มทั่วท้องสนามหลวง
    แต่จริงๆแล้ว เราเชื่อว่า เสียงนี้ได้ยินดังกึกก้องไปทั่วโลกเลยตากหาก.....
     
    มันคือเสียงแต่ความจงรักภักดีของประชาชนของพระองค์ ......
     
     เทียนของเรา
     
     
     
     
    เสร็จจากพิธีจุดเทียนชัย ถวายพระพร ประชาชนบางส่วนเริ่มเดินทางกลับ
    บางคนก็ร่วมงานเฉลิมฉลองที่มีมหรสพมากมายเข้าร่วม...ทั้งร้อง รำ และการแสดง
    แต่เราขอกลับก่อน เพราะวันรุ่งขึ้นต้องตื่นแต่เช้ามาทำงาน....
     
     
     
     ขากลับ ไม่ต้องพูดถึง รถติดสุดๆ แต่เป็นการติดอยู่บนรถเมล์ที่มีความสุขที่สุดในโลกเลย
    เห็นคนที่เดินขวักไขว่ไปมา หน้าตายิ้มแย้ม มีความสุข ........
     
     
     
     
    คืนนี้ หลับฝันดีแน่ๆเลย 
     
    ตุ๊กตา
     
     
     
     
    July 24

    อวดรูปอีก....ที่สุรินทร์

    ด้านหลังโบสถ์ วัดบูรพ์

     

     

     

     

    องค์พระประธานวัดบูรพ์

     

     

     

     

     

    ตุ๊กตาที่วัดบูรพาราม (พี่อินถ่าย)

     

     

     

     

     

    หลวงพ่อพระชีว์

     

     

     

     

     

    พี่อินแกล้งน้องแมวอ่ะ....

     

     

     

     

    เจ้าสิงห์น้อย

     

     

     

     

    ข้างสระวัดจุมพล

     

     

     

     

    ถ้าย้อนเวลาได้ จะทำทานไป สี่บาทอย่างรวดเร็ว (แฮ่ะๆๆ แก้เคล็ดอ่ะ)

     

     

     

     

    พี่อิน..อารมณ์ที่ริมสระ

     

     

     

     

     

    สร้างภาพสุดๆ

     

     

     

     

    กับคุณแม่สุดที่รัก

     

     

     

     

    คุณยายกะพี่อิน

     

     

     

     

    พี่อิน

     

     

     

     

     

    พี่อินขับรถกลับ

     

     

     

     

     

    ฝนจะตกอ่ะ...

     

     

     

    June 29

    ขำๆ

     

    "หน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับภาระอันใหญ่ยิ่ง"